ประเด็นเด็ด > นักธุรกิจใจบุญ แจกขาเทียมฟรี


กลุ่มนักธุรกิจผู้ใจบุญ รวมตัวสร้างสรรค์สังคมด้วยการออกแบบขาเทียมสำหรับคนพิการหลากหลายรูปแบบ
จนประสบความสำเร็จทำขาเทียมแจกจ่ายฟรีโดยไม่คิดมูลค่า

นายวุฒิวงศ์ โต๊ะทองวัย 56 ปี นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท วงศ์ธนาวุฒิ จำหน่ายเครื่องจักรโรงงานมือสอง
ตั้งอยู่เลขที่ 110/108 ถ.เอกชัย-บางบอน เขตบางขุนเทียน เปิดเผยว่า
ตนไม่ใช่เป็นหมอหรือเป็นคนอัจฉริยะอะไรหรอก แต่จุดเริ่มต้นมาจากหัวใจของเพื่อนๆ นักธุรกิจด้วยกัน
เมื่อหลายปีก่อนตนและเพื่อนที่มีธุรกิจโรงงานหลายๆ รูปแบบ บางคนทำโรงงานพลาสติก
บางคนมีโรงงานอะลูมิเนียม บางคนมีโรงกลึง หลายๆ ด้าน พอถึงเวลาก็จะรวมกลุ่มกันไปเที่ยวต่างประเทศ
ทีนี้พอไปกันบ่อยๆ เข้าก็เกิดความสนิทสนมกัน จึงได้ตั้งชมรมขึ้นเมื่อปี 2539 ชื่อว่า 'ชมรมนักพัฒนาอุตสาหกรรมไทย'
เป็นชมรมเล็กๆ ที่มีสมาชิก 100 กว่าคน มีธุรกิจส่วนตัวทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือพูดคุยให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน
 ตอนนั้นยังไม่ได้มีการทำกิจกรรมทางสังคมเท่าใดนัก

จนเมื่อ 5-6 ปีก่อน เพื่อนมาจากอเมริกา เขาบอกว่าเขารู้เรื่องราวของในหลวง
ว่าในวังของพระองค์ท่านมีการทำฟาร์ม มีเครื่องจักร มีอะไรหลายๆ อย่าง
ขณะที่เราคนไทยเองกลับไม่ค่อยได้รู้เท่าไหร่ จึงทำหนังสือถึงพระราชวังขอพระบรมราชานุญาตนำสมาชิกชมรมฯ
เข้าเยี่ยมชม จนกระทั่งไปพบว่าอะไหล่บางอย่างของเครื่องจักรเสียหาย เพื่อนๆ แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญใน
หลายๆ ด้าน จึงช่วยกัน จนกระทั่งได้รับใช้ถวายงานในหลวง สร้างเครื่องมือต่างๆ ถวาย

นายวุฒิวงศ์กล่าวต่อว่า เราเป็นกลุ่มนักธุรกิจเล็กๆ แต่ได้รับความไว้วางใจ เป็นความภาคภูมิใจและปลื้มใจจาก
หัวใจจริงๆ ของคนไทยคนหนึ่งที่มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่าน จนปี 40 จึงคิดว่าน่าจะทำงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
'แม้มิเพียงเท่าธุลีที่ ธ ก่อเกื้อ ก็เป็นที่สุดแห่งความภูมิใจ' นี่คือสิ่งที่ชมรมฯ ฝังอยู่ในหัวเสมอมา
ทีนี้เราไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จนรถติดไฟแดง เห็น ร.ร.สอนคนตาบอด ก็ขับรถเข้าไปถามเขาว่า
อาจารย์มีอะไรให้ช่วยมั้ย เขาบอกว่าอยากให้ช่วยทำอักษรเบรลล์และไม้เท้า ซึ่งไม้เท้าปกติมีราคา 150-200 บาท
ส่วนอักษรเบรลล์ต้องสั่งมาจากฮ่องกง

ตนจึงเอามาดูเป็นตัวอย่าง แล้วลองมาทำดูก็ทำได้ จึงเริ่มทำแจกตั้งแต่ตอนนั้น แจกทั้งอักษรเบรลล์และไม้เท้า
คลำทางประมาณ 7,000 ชิ้นทั่วประเทศ และก็ไม้เท้าผู้สูงอายุ

ปี 2541 เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตนถือว่าเป็นวันสำคัญ อยากทำอะไรถวายในหลวง จนไปประเทศญี่ปุ่น นอนดูทีวี
เห็นองค์กรการกุศลของญี่ปุ่นช่วยเหลือผู้พิการแขนขาขาดทางภาคเหนือของไทย
เมื่อเขาสวมขาเทียมให้กับเด็กผู้หญิงซึ่งใส่ชุดนักเรียน ตนเห็นรอยยิ้มของเด็กคนนั้นแล้วฝังใจมาก
ก็ขอให้เพื่อนชาวญี่ปุ่นช่วยพาไปดูสถานที่ทำขาเทียม แล้วเราก็ซื้อแบกกลับมา ตั้งใจเลยว่าสิ่งนี้แหละที่เราจะทำ

นายวุฒิวงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเข้าที่ประชุม ปรากฏว่าหลายคนไม่เห็นด้วย เพราะไม่เคยทำมาก่อน
คิดว่าทำยาก แต่สำหรับตนคิดว่าหากบริจาคเป็นเงินก็คงหมดไปไม่นาน แต่ถ้าให้สิ่งนี้น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า
เพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ คุณเลอพงศ์ งามพจนา เขาเป็นเจ้าของโรงงานผลิตจักรยานพร้อมอะไหล่ และคุณประกอบ เจริญพงศ์มณี
เจ้าของ บี.พี.เค อุตสาหกรรม ผลิตเครื่องยนต์ขนาดเล็กและชิ้นส่วนอะลูมิเนียม เห็นด้วย จึงช่วยกันทำ ตอนแรกๆ ทำผิดทำถูก
กันไปนานพอสมควร เพราะเราไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักประดิษฐ์ แต่เรามีความชำนาญทางด้านช่าง

อย่าง คุณประเสริฐ ชุมชูศักดิ์ศรี เขาดัดแปลงสปริงรถจักรยานยนต์มาทำเป็นตัวรองข้อเข่าเพื่อลดแรงกระแทกของ
ข้อต่อขาเทียม คุณเลอพงษ์ประดิษฐ์ข้อเข่าที่ยืดหยุ่นได้ โดยใช้เครื่องมือในโรงงานจักรยาน คือรวมแล้วนักธุรกิจ 50 คน
มาช่วยกันคิดช่วยกันทำ บางคนมีโรงงานทำพลาสติก อะลูมิเนียม แต่ในตอนแรกหลังจากทำเสร็จแล้วได้ติดต่อไปทาง
คุณหมอที่ ร.พ.พระมงกุฎฯ ให้คนไข้ขาพิการทดลอง ปรากฏว่าเขาเดินได้ แถมยังนั่งพับเพียบได้
ซึ่งแต่เดิมเขาจะทำขาเทียมได้แค่ใต้เข่าและงอขาได้เพียงขึ้นลงเท่านั้น หมอที่ ร.พ.ขอร่วมจดลิขสิทธิ์ด้วย
แต่ทางตนและเพื่อนๆ ไม่ยอม หลังจากนั้นไม่ว่าจะไป ร.พ.อะไรก็ไม่ได้รับความร่วมมือให้ทดลองกับคนพิการ

เขาคงคิดว่าเราเป็นนักธุรกิจ อาจจะเข้ามาหาผลประโยชน์ ยังจำได้เมื่อตนแบกขาสองข้างไปตามโรงพยาบาลต่างๆ
ทั่วกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้รับการอนุญาต จนกระทั่งไปที่มูลนิธิขาเทียม เชียงใหม่ ได้ทดลองและต้องการเข้าไปช่วยเหลือ
โดยจะจัดทำให้ฟรี แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต

นายวุฒิวงศ์เปิดเผยต่อว่า ตนเองก็เพิ่งรู้ว่ายังไม่มีใครเคยทำขาเทียมที่สามารถเดิน นั่งขัดสมาธิ พับเพียบ และคุกเข่าได้
รวมถึงไม่ว่าจะพิการแบบใด แบบเหนือเข่า ใต้เข่า ข้อเท้า ฝ่าเท้า เหนือเข่า 2 ข้าง ตนและเพื่อนๆ
ช่วยกันออกแบบลองผิดลองถูกใช้เวลา 9 เดือน จึงสามารถทำได้สำเร็จ กว่าจะฝ่าฟันมาได้สาหัสมาก

ตอนนี้สามารถทำขาเทียมสำเร็จรูปเหมือนสวมกางเกงเลย ถือเป็นขาเทียมพันธุ์ไทยแท้ 100%
วัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นของไทยทั้งหมด ใครมีความรู้ด้านอะไรเอามาสุมกัน คิดโจทย์กัน ฝรั่งเขาเขียนตำราอย่างไร
ตนไม่เคยดู แต่ด้วยความตั้งใจจริง ทุกคนมีหลักชัยคือในหลวง ต้องการทำถวายในหลวง เหมือนกับมีพลังส่งให้ทุกอย่างสำเร็จไปได้ด้วยดี

ขณะนี้ได้แจกจ่ายไปยังคนพิการทั่วประเทศประมาณ 500 คนแล้ว จังหวัดไหนต้องการก็แจ้งเข้ามา
ตนทำประวัติและรายละเอียดเก็บไว้หมด เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง คนพิการเดินผ่านหน้าโรงงาน
ตนดึงเขาเข้ามาในโรงงานเลย อีก 4 ชั่วโมงเขาเดินได้แล้ว ถ้าขาเทียมใต้เข่าใช้เวลา 4 ช.ม.เสร็จ
ถ้าเหนือเข่าใช้เวลา 6 ช.ม. เวลาที่เราเห็นเขาเดินได้มันเป็นความอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก มันอยู่ข้างในใจที่ได้ทำ เรามา
ด้วยใจบริสุทธิ์ จะถูกเขาด่าเขาว่าอย่างไรก็ไม่สะทกสะท้าน จิตใจเราบริสุทธิ์ วันหนึ่งคนที่มองไม่ดี มองว่าเป็นพ่อค้ามา
ทำอะไรตรงนี้ สักวันหนึ่งเขาต้องเห็น

ขาเทียมที่ทำขึ้นถ้าเป็นขาเทียมเหนือเข่าและพับเพียบ สั่งเข้าจากต่างประเทศมีราคาถึง 78,000 บาท
ส่วนขาเทียมงอเข่าได้อย่างเดียวราคา 35,000 บาท หากจะถามว่าตนต้องใช้ต้นทุนเท่าไหร่ในการทำ
บอกไม่ได้เลย เพราะวัสดุที่ใช้มาจากโรงงานแต่ละโรงงานที่เพื่อนๆ มีกันอยู่แล้ว
ทุกชิ้นส่วนแยกย้ายกันไปทำบล็อก 50 กว่าโรงงาน ไม่ต้องเสียอะไรสักบาท ประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ สิ่งที่ตนและเพื่อน
ทำอยากให้คนไทยรู้ว่า หากคนไทยรวมตัวกันทำอะไรสักอย่าง คนละไม้คนละมือ จะประสบความสำเร็จได้

นักธุรกิจผู้ใจบุญกล่าวท้ายสุดว่า หลวงพ่อรูปหนึ่งที่ตนนับถือเคยกล่าวว่า คนเราจะตายวันไหนไม่รู้
เราต้องเตรียมตัวตาย หมายความว่าต้องสร้างบุญบารมีสะสมเอาไว้
ขาเทียมที่ตนทำนั้นออกแบบมาจนมีความยืดหยุ่น นุ่ม ไม่เจ็บเวลาสวมใส่ และทนทาน
ขณะนี้กำลังจดลิขสิทธิ์อยู่ ตนไม่ขายลิขสิทธิ์แน่นอน แต่หากใครต้องการเรียนรู้วิธีทำเพื่อ
นำไปเผยแพร่และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมติดต่อมาได้เลย ตนยินดีมอบมรดกความรู้นี้ให้
ไม่ต้องมาพูดถึงเรื่องเงินทอง เราไม่ได้มาหากินกับตรงนี้ แต่ละคนในกลุ่มมีพอกินพอใช้กันอยู่แล้ว
หากสนใจติดต่อได้ที่ โทร. 0-2899-6372 ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น.

ข่าวจาก นสพ.ไทยโพสต์

                                [หน้าแรก] [ชมรม]