ในสังคมปัจจุบัน ทุกคนต้องช่วยตัวเอง และมุ่งหวังที่จะสร้างฐานะของตนเองให้เป็นปึกแผ่นจนลืมนึกถึงคนที่ด้อยโอกาส หรือสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือ
     ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกัน จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2539 ของเพื่อนๆ ที่ทำโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่ง ก่อตั้ง "ชมรมนักพัฒนาอุตสาหกรรมไทย (THAI INDUSTRIALIST DEVELOPMENT FORUM)" ซึ่งมีสมาชิกจาก 103 โรงงาน ประกอบกิจการต่างๆ กัน เช่น โรงงานจักรยาน โรงงานสร้างเครื่องจักร โรงงานหล่อเหล็ก โรงงานทำน๊อตและสกรู โรงงานทำพลาสติก โรงงานฉีดอะลูมิเนียม โรงกลึง โรงงานยาง และอื่นๆ…




การรวมตัวของนักอุตสาหกรรมเพื่อก่อตั้ง "ชมรมนักพัฒนาอุตสาหกรรมไทย" เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2539

การรวมตัวกันครั้งนี้ ทุกคนต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำธุรกิจร่วมกัน นำสินค้าออกแสดง ณ ต่างประเทศ เยี่ยมชมโรงงานในต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน…
จากความสนิทสนม และเป็นผู้ที่มีจิตใจเสียสละในกลุ่มของสมาชิกของชมรมฯ พวกเราจึงร่วมกันทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ดังนี้

    -ปี พ.ศ. 2539 สร้างเครื่องจักร จำนวน 13 เครื่อง ถวายโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นเครื่องบดเห็ดหลินจือ, เครื่องตัดกระป๋อง, สกรูอัดแกลบ และปั๊มน้ำ
    -ปี พ.ศ. 2540 สร้างเครื่องจักรถวายโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา อีกจำนวน 14 เครื่อง เป็นเครื่องทำกระดาษสา, เครื่องตีเกลียวเชือก, เครื่องบดปุ๋ยหมัก และปั๊มน้ำ
   ซึ่งความดีอันนี้เอง ทางสำนักพระราชวังจึงเชิญชมรมฯ ให้เป็นที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ในด้านการพัฒนาเครื่องมือด้านอุตสาหกรรม นับเป็นความยินดี และปราบปลื้มแก่สมาชิกในชมรมฯ ทุกคน…

สมาชิกในชมรมต่างเห็นตรงกันที่จะช่วยเหลือสังคมอื่นที่เราจะทำได้ตามกำลังที่พวกเรามี จากการที่ผมได้ดูข่าว ASAHI ในประเทศญี่ปุ่น เรื่องการทำขาเทียมของมูลนิธิสมเด็จย่าให้แก่คนในจังหวัดภาคอีสาน ภาพที่ผมเห็นวันนั้น เป็นภาพของคนขาขาด เดินมาใส่ขาเทียม ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขที่สามารถเดินได้ด้วยขาของตนเอง ความรู้สึกสงสาร และอยากจะช่วยเหลือคนเหล่านั้นได้เกิดขึ้นมาในความคิดของผมทันที ผมคิดว่า เราเป็นโรงงานอุตสาหกรรม…เป็นนักสร้าง…เป็นนักประดิษฐ์ คงจะช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้อย่างมาก ผมจึงขอให้เพื่อนชาวญี่ปุ่นพาไปดูการทำขาเทียมในประเทศญี่ปุ่น และขอความรู้เบื้องต้นเพื่อเป็นการศึกษา ผมได้ขาเทียมเก่าๆ 2 ขา จากคนที่เสียชีวิตแล้วกลับมาด้วย เมื่อผมกลับมาเมืองไทย จึงได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมของชมรมฯ เพื่อปรึกษา และขอความเห็นชอบในโครงการช่วยเหลือสังคมครั้งนี้ ซึ่งทุกคนต่างเห็นชอบ…แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเรา ดังนั้นผมจึงไปปรึกษาและขอความรู้จาก พลตรีนายแพทย์ ชูศิลป์ คุณาไทย และนายแพทย์ศักดิ์สม กู้เกียรตินันท์ แห่งโรงพยาบาลพระมงกุฎ ท่านทั้งสองได้ให้ความรู้ และข้อคิดในการทำขาเทียมเป็นอย่างมาก


ดูเหมือนว่า การทำขาเทียมเป็นเรื่องยากพอสมควร…วันนั้น ระหว่างทางกลับจากโรงพยาบาลพระมงกุฎ ผมผ่านทางโรงเรียนสอนคนตาบอด จึงแวะเข้าไปเยี่ยมชม คุณครูสอนคนตาบอด คือ ท่านอาจารย์วิรัช และท่านอาจารย์คนตาบอดอีกสองท่าน ได้บอกว่า ไม้เท้าคลำทางและอุปกรณ์เขียนหนังสือเบรล์ล หาซื้อได้ยาก และราคาแพงบางครั้งต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ…ดูเหมือนว่าผมจะช่วยอะไรคนตาบอดได้บ้าง ผมจึงซื้อตัวอย่างทั้งสองชนิดมา และนำมาปรึกษากับสมาชิกในชมรมฯ ซึ่งคุณเลอพงษ์ งามพจนา และเพื่อนๆสมาชิกบอกว่าทำไม่ยาก ดังนั้นเราจึงเริ่มต้นทำทันที โดย คุณไพศาล สุชาติกุลวิทย์ จากนครอะลูมิเนียม เป็นผู้บริจาคอะลูมิเนียม, คุณเลอพงษ์ งามพจนา จากกวงเจริญ เป็นผู้รูดข้อต่ออะลูมิเนียม, คุณชัยยุทธ สร้อยสุดารัตน์ จากวิริยะการยาง ทำยางมือจับ, คุณประเสริฐ ทองทั้งวงศ์ จากประเสริฐอุตสาหกรรม เป็นผู้ทำแม่พิมพ์ และฉีดพลาสติกหัวไม้เท้า

ส่วนประกอบของชุดอุปกรณ์เขียนหนังสือคนตาบอด เรียกว่า Slate และ Stylus ซึ่งทำแม่พิมพ์ และฉีดพลาสติก โดย คุณโกศล ตันติรานนท์ จากบริษัท นิว เค เอส พลาสติก, คุณปอ มาศอาฌา จาก พี เค สตรีลเทคอินดัสตรี เป็นผู้ทำเข็มและสลัก คุณจุง แซ่อื้อ จาก ห.จ.ก.ฟูโต้ เป็นผู้เจียเหล็กแหลม, คุณวิโรจน์ โชติปัญญาวิสุทธิ์ เป็นผู้ชุบแข็งแม่พิมพ์ คุณธเนศ สิทธิเสถียรชัย จาก S.T.R. ทำเครื่องหมายงานไม้เท้า และได้มีสมาชิกหลายๆ ท่านได้ช่วยกัน และบริจาคทุนทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาประกอบ เราเริ่มแจก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2539 เป็นต้นมา โดยแจกให้แก่คนตาบอดทั่วประเทศ จำนวน 6,000 ชุด และถึงขณะนี้ ชมรมฯยังคงทำแจกฟรีอยู่อย่างต่อเนื่อง…

ชมรมฯใช้เวลาในการทำไม้เท้าคลำทาง และอุปกรณ์เขียนหนังสือเบรล์ลประมาณ 1 ปี จากนั้นจึงเริ่มคิดทำขาเทียมต่อมา…งานที่หวังไว้เริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2541…เรากลับไปคุยกับ คุณหมอศักดิ์สม กู้เกียรตินันท์ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎอีกครั้ง และเริ่มเดินเรื่องอย่างจริงจัง พร้อมการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากเพื่อนๆ สมาชิก ผมหยิบลูกหมาก จากโรงงานคุณชลิต จาติเสถียร, สปริงจากโรงงาน คุณประเสริฐ ชูชุมศักดิ์ศรี, และ คุณชูเกียรติ กอจิตตวนิช (หมู) เป็นผู้เริ่มกลึงข้ออะลูมิเนียม ผมนำมาต่อเป็นรูปข้อเท้า คุณเลอพงษ์ งามพจนา จากกวงเจริญอุตสาหกรรม ได้นำมาออกแบบ และทำโครงสร้างใหม่หมด โดยมีคุณจุง แซ่อื้อ เป็นฝ่ายเทคนิค และให้ข้อคิด พร้อมด้วยคำปรึกษาจากเพื่อนๆอีกหลายคน จนในวันที่ 24 เมษายน 2541 ขาเทียมอันแรกของชมรมฯจึงสำเร็จ และทดลองเดินครั้งแรกที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ โดยมีพลตรีนายแพทย์ชูศิลป์ คุณาไทย เป็นผู้ให้คำแนะนำ ขาเทียมอันแรก สามารถนั่งพับเพียบ, คุกเข่า, ไขว่ห้าง และนั่งขัดสมาธิได้ดี ซึ่งคุณหมอชูศิลป์ ได้แนะนำให้แก้ไขในการดีดตัวของขาให้เหมือนธรรมชาติอีกหน่อย พวกเราจึงกลับมาปรับปรุงและแก้ไขทันที และทำการทดลองอีกครั้งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ… มีการสรุปถึงโครงสร้าง, รูปแบบ และน้ำหนัก โดยผ่านการทดลอง และปรับเปลี่ยนมากมาย จนพัฒนาขึ้นดีกว่าเดิมมาก… ในวันที่ 7 กันยายน 2541 จึงนำขาตัวอย่างไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปขอทำการทดลอง โดยคุณหมอเทอดชัย ชีวะเกษ เลขามูลนิธิสมเด็จย่า การทดลองครั้งนั้นเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้ข้อแนะนำมากมาย ซึ่งทำให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขอุปกรณ์ให้สวยงาม กะทัดรัด และน้ำหนักเบา พร้อมกับการพัฒนาอุปกรณ์ขาเทียมอื่นๆให้ดียิ่งขึ้นไปด้วย จนกระทั่งได้พัฒนาเท้าเทียมทำจากยางพารา, ยางสังเคราะห์ และเปลือกยางธรรมชาติ ไส้ข้างในเป็นยางโพลียูริเทน (Polyurethane) ในที่สุดปัจจุบันนี้ใช้โพลียูริเทนล้วนๆ ภายในมีไส้พลาสติกและตะข่ายเหล็ก ซึ่งมีน้ำหนักเบาเพียงครึ่งหนึ่งของยางพาราเท่านั้น

ชมรมฯ ได้พัฒนาเปลือกขา สะบ้าหัวเข่า และโคนขา ให้มีน้ำหนักเบา และมีสรีระเหมือนธรรมชาติมากที่สุด โดยใช้แม่พิมพ์ประมาณ 40 ชุด จึงสามารถทำได้หลายขนาด ใช้โพลียูริเทน และโพลีเอททีลีน เป็นวัตถุดิบ ณ วันนี้ ชมรมฯ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่อุปกรณ์ทุกชิ้นของขาเทียม ทำด้วยมือของเราเองทุกชิ้นส่วน ทุกตัว เป็นน้ำพักน้ำแรงของพวกเราอย่างแท้จริง พวกเราคิดทำขาสำเร็จรูปเหมือนกางเกงสำเร็จรูป… ทำผ้าพันเฝือกเอง ไม่ต้องซื้อ… อุปกรณ์ทุกชิ้นสร้างเอง…ทำเอง…ใช้วัตถุภายในประเทศ ด้วยความคิดนี้

ชมรมฯจึงจดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ขาเทียม เท้าเทียม หน้าแข้งเทียม และโคนขาเทียม พร้อมผ้าเฝือก ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชมรมฯ ตั้งใจจะทำขาเทียมให้แก่คนด้อยโอกาสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำต่อไปจนกว่าคนไทยทั้งประเทศจะเดินได้ด้วยขาของตนเอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ ในปี 2542 นี้…
   
[ หน้าแรก ]

ชมรมนักพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
110/108 ถ.เอกชัย-บางบอน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
โทร. 899-6372-5, 4160308-9