การพัฒนาและปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์

การปรับปรุงแก้ไขให้มีผลดีขึ้นจากผลงานเดิม

1. เริ่มการทดลองครั้งแรก แกนขา(11)ใช้ระบบสปริงดันลูกปืนให้ไปดันข้อเข่า (6) และเปลี่ยนมาเป็นระบบสปริง (8) ดึงข้อเข่าในการเดิน ซึ่งจะช่วยให้การเดินสวยขึ้นและไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงขามาก

2. ระบบยืดหยุ่นครั้งแรก ใช้สปริงและยางยูริเทรน เป็นตัวรองรับที่ข้อเท้า ได้เปลี่ยนมาเป็นระบบยางยูริเทรน (17,20,21) รองรับ 4 จุด ซึ่งจะทำให้ดูกะทัดรัด น้ำหนักเบาและทำงานได้ดีกว่า

3. ปรับปรุงเท้าเทียม (25) เดิมเป็นโครงลวดจะยืดไส้ไม้ไม่ถึงปลายนิ้ว ทางชมรมฯ ได้เปลี่ยนเป็นไส้พลาสติกและใส่โครงลวดขยายให้ถึงปลายนิ้ว ทำให้การใช้งานหนักๆ เช่น การทำไร่ทำสวนได้อย่างดี หรือ ไม่หักเมื่อนำเท้าเทียมไปเหยียบโคลนหรือลงน้ำ

4. ระบบสปริง (8) ของข้อเข่าได้เปลี่ยนเป็นสปริงชนิดที่ใช้หัวจม ไม่มีตะขอเกี่ยวด้านบนและด้านล่าง ซึ่งจะทำให้ทนต่อการโยกได้มากกว่าล้านครั้งขึ้นไป จะไม่เกิดการล้าของสปริงและทำให้สปริงไม่ขาด

5. ชุดข้อเข่า(6) และชุดข้อต่อ(1,10,14)ที่ทำด้วยอะลูมิเนียมทุกตัว ได้เปลี่ยนจากการกลึงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จากแท่งอะลูมิเนียมล้วนๆ มาเป็นการทำแม่พิมพ์แล้วใช้ฉีดด้วยเครื่องฉีดอะลูมิเนียมขนาด 250-800 ตัน ซึ่งสามารถทำให้เหนียว แข็ง ได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังมีราคาประหยัดขึ้นมาก

6. จุดหมุนของข้อเข่า(28) เดิมใช้เป็นบู้ททองเหลือง แล้วมีน๊อตเหล็กเป็นตัวยึด ได้เปลี่ยนมาเป็นตลับลูกปืนขนาด 12 ซม. แทน ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องใช้บู้ทและมีความแข็งแรงทนทานได้มากกว่าบู้ททองเหลืองหลายเท่า

7. การทำเปลือกขา (29)และชั้นใน(30) จะต้องทำจุดรองรับกระดูกที่ส่วนบนให้เหมือนกับระบบเดิมที่มีส่วนป้านมารับกระดูกหัวเข่า หรือกระดูกก้นกบ เช่นเดียวกับการทำขาเทียมโดยทั่วๆไป

8. แกนอลูมิเนียม (11) และข้อต่ออลูมิเนียม (14) เดิมใช้กลึงเกลียวทั้งด้านนอกและด้านในของอลูมิเนียมแล้วขันเกลียวให้ติดกัน ทำให้เนื้ออลูมิเนียมเหลือน้อยไม่คงทนแข็งแรง ด้านนอกของแกนอลูมิเนียมปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้น โดยไม่ต้องกลึงเกลียวด้านนอก ใช้สวมต่อเข้ากันกับข้อต่ออลูมิเนียมโดยตรงได้เลย

9. เปลือกขา (29) ในระยะการทดลองเริ่มแรกใช้ยางยูริเทรน ชนิดแข็งเป็นวัตถุดิบ ซึ่งประสบปัญหาการผลิตได้ช้าและยุ่งยาก จึงได้เปลี่ยนมาเป็นการเหวี่ยงพลาสติกโดยใช้พลาสติกเชื้อโพลีเอททีลีนซึ่งทำได้รวดเร็ว ราคาถูกและมีความแข็งแรงมากกว่า

10. เปลือกโพลีเอททีลีน(29) เดิมใช้ความหนา โดยใช้เม็ดโพลีเอททีลีน350 กรัม และโคนขาใช้ 450 กรัม ซึ่งเมื่อทดลองใช้ปรากฏว่าบางไป ไม่คงทนจึงต้องเพิ่มเม็ดพลาสติกให้มากขึ้นโดยขนาดของหน้าแข้งใช้เม็ดพลาสติก 450 กรัม และโคนขา 600 กรัม จะทำให้แข็งแรงและใช้ได้ทนกว่าเดิม
โครงสร้างขาเทียมเหนือเข่า


โครงสร้างขาเทียมใต้เข่า
จากการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้ขาเทียมทั้งชุดมีความแข็งแรงมากขึ้น ความคล่องตัวสูง ความคงทนเพิ่ม ราคาลดลงอย่างมาก และมีหลักวิชาการทำขาเทียมตามตำรามากขึ้น

วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อช่วยให้คนพิการขาขาดมีขาใช้ได้ทั่วถึง และสามารถจะทำได้อย่างรวดเร็ว แข็งแรง ราคาถูก สามารถทำได้ในระบบอุตสาหกรรม เป็นการประหยัดงบประมาณของประเทศ ไม่ให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นใช้วัสดุภายในประเทศ เครื่องมือทุกเครื่องทำได้ด้วยภูมิปัญญาของคนไทย เราพร้อมที่จะผลิตอุปกรณ์จำนวนมาก ให้แก่วงการแพทย์ เพื่อนำไปใส่ให้แก่ผู้พิการ และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิ และผู้สนใจทุกท่านที่จะเป็นแนวร่วมในการประกอบขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดทั้งประเทศ
 
 

[ หน้าแรก ] [ ชมรม ]
ชมรมนักพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
110/108 ถ.เอกชัย-บางบอน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
โทร. 899-6372-5, 4160308-9